Piyarat 的个人资料Penny照片日志列表 工具 帮助

Srisakda Piyarat

职业
兴趣
Energetic,generous, hard-working andd....world peace hohoho!! 最愛言承旭
永遠不放棄
第 1 张,共 1 张
尚未添加列表。
2月19日

We're married3 (end)

คนเราตอนคบกันใหม่ๆมันก็หวือหวา... ขาดกันไม่ได้ วันไหนไม่ได้เห็นหน้า มันสับสนทุรนทุราย พอได้เจอะได้เจอหัวใจก็พองโต มีความสุข พอจากกันก็คิดถึงกันอีก เป็นอยู่อย่างนี้เรื่อยไป แต่ถ้ามันผ่านจุดที่เรียกว่า “แต่งงาน” กันมาแล้วก็เหมือนกับคุณรู้จักเค้าอย่างรู้ไส้รู้พุงกันมากขึ้น ข้อดีมีเยอะ ข้อเสียก็ไม่น้อย เห็นๆกันอยู่เรื่อยๆ ทุกวันๆ ความรู้สึกหวือหวาอาจหายไปแต่ไม่ได้หมายความว่า “เลิกรัก” แล้ว เพราะวิถีชีวิตของเค้าก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของเราอยู่ แต่เราเองก็ยังคงเดินตามทางของเรา

จะไม่ให้ชีวิตเค้าเป็นส่วนหนึ่งของเราได้ยังไงล่ะ...เดี๋ยวนี้ยุคข่าวสารฉับไว พ่อตัวดีจะขึ้นเครื่อง ลงเครื่อง ไม่สบาย อารมณ์ดี รมณ์บ่จอย กินข้าวรึยัง ขึ้นรถรึยังรู้หมด รายงานกันสด+แห้งถี่ยิบทั้ง SMS MSN ทางไกล เวบบอร์ด สมาคมแม่บ้านแท๊คทีมข่าวสารกัน แถมถ้าอยากกินอะไร ทั้งข้าวทั้งขนม แม่บ้านที่ดีก็จัดห้ายยยยยย....

มีคนเคยบอกว่า เรากับเค้าเหมือนเติบโตมาด้วยกัน ตอนนั้นเมื่อครั้งแรกพบคุณอายุเท่าไหร่ เด็กกว่านี้หลายปีนัก แล้วเค้าล่ะอายุเท่าไหร่ ตอนนั้นเป็นแบบไหน (ทำหน้าเหมือนกินนมบูด)  แล้วตอนนี้ล่ะเป็นแบบไหน (สะตอบอแหลเจงๆ) แล้วเค้าเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นมั๊ย แล้วคุณล่ะ 4 ปีที่ผ่านประสบการณ์เพิ่มขึ้นแค่ไหน....อะไรที่ไม่เคยทำก็ได้ทำมานักต่อนักแล้ว พอคิดกลับไปแล้วก็ขำตัวเองว่า “ช้านทำไปด้ายยยย…”

ผ่านไปสี่ปีได้มาทุกอารมณ์จริงๆ บางทีมีคลั่งหนัก บางทีเฉยๆ บางทีเจ็บใจ บางทีปล่อยวาง บางทีหัวใจเบิกบาน บางทีมันกลับเฉา บางทีหัวเราะสุดๆ บางทีก็ร้องไห้สุดๆ

จากที่คุยกับแฟนๆเจอร์รี่หลายคนที่ได้“รู้จัก”เค้ามานานมักจะถึงจุดที่แต่งงานแล้วทั้งนั้น รู้จักกันมา 5 ปี มันนานเกินกว่าจะไปกริ๊ด แล้วลงไปนอนแดดิ้น แม้ว่าตอนนี้ก็ยังคงทำอย่างที่เคยทำทุกวัน ยังรู้สึกถึงความหล่อเสมอต้นเสมอปลายของเค้าแม้จะอายุมากขึ้น ส่วนเราเองก็แก่ลง จนคิดว่า “ชั้นรู้จักเค้านานเกินไปแล้ว” สมัยนั้นยังทำงานเป็นลูกน้อง แต่ตอนนี้กลายเป็นหัวหน้าแผนกเงินเดือนสูงปริ๊ด แต่ถามว่าทำไมยังไม่เลิกตามสนับสนุนอีก คำตอบก็คงจะตามทฤษฎีที่ว่า พวกเราแต่งงานกันแล้วล่ะ!

ความรู้สึกหวือหวาอาจหายไป แต่ยังโดนทะเบียนสมรสยึดเอาไว้ ทำให้ไปไหนก็ไม่ได้ อาจพอมีเวลาให้ไปหากิ๊กเด็กๆ บ้างก็เท่านั้น ถ้าจากไปถาวรคงต้องถึงขั้นเซ็นใบหย่าคำว่า คุณนายเหยียน คงต้องเลิกใช้จริงๆ

ชีวิตแต่งงานมันจะสุขจะทุกข์หรือว่าต้องหย่าร้างก็ขึ้นอยู่กับว่าทั้งสองฝ่ายต่างหมั่นเติมความหวานให้แก่กันรึเปล่า แต่งงานไปแล้วก็จะมีช่วงสุขบ้างทุกข์บ้างอยู่ดี แต่....มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ที่จะ “อินเลิฟ” กันอีกครั้งน่ะ!

We're married 2

และถ้าอยากรู้จักมากขึ้นก็ต้องไปฝึกร้องเพลง (จะได้รู้สึกว่าเป็นพวกเดียวกัน 555+) และก็ไปดูคลิป (มันช่างเป็นความสุนทรีย์สุดๆ กินข้าวไปดูไปด้วยเนี่ย  มันเจริญอาหารย่ะ!)


หลังจากทำความรู้จักกันมาได้สักระยะ บางวันเจออะไรดีๆน่ารักๆ ก็ทำให้อารมณ์ดีอย่างไม่น่าเชื่อ บางวันเจอเรื่องเซ็งๆ ก็พาลพารานอยด์ไปซะงั้น  เริ่มโหยหาอยากเจอตัวเป็นๆ บางช่วงหลังเจอกัน ( “ไปเดต” กันมาแล้ว) ถึงกับมีอาการเพ้ออินเลิฟตามมา ยกตัวอย่าง...

สายวันหนึ่งวันนั้นเป็นวันจันทร์ จุดเริ่มต้นของของการนั่งรถแท็กซี่สมมุติว่า คือ ถนน XX ซอย 5 แล้วจะไปซอย 35 แต่พอขึ้นแท็กซี่แล้วดันบอก พี่คนขับว่า

“ไปถนน XX ซอย 5 ค่ะ”
“...”
“อ๋อ..เหอะๆ เออ..ใช่ๆ ไปซอย 5 ได้ไงเนอะ ฮ่ะฮ่ะ ไปซอยสามห้าค่ะ”
“…”

พูดจบก็ไม่ยักกะมียางอาย กลับอมยิ้มอารมณ์ดีเข้าออฟฟิตซะงั้น!!

ส่วน “บอกรัก” นั้น...อืม...ขอโมเมว่า การบอกผ่านไมค์ ผ่านเสียงเพลงนั้นมัน เป็นการบอกกับชั้นแล้วกัน !!!! (ซะงั้น -_-)  บอกมาแล้วเขื่อนแตกเลยอ่ะ ดูเด่ะนางเอกซาบซึ้งขนาดไหน!
อ่ะ! บอกรักแล้ว จะได้มาเข้าเรื่อง “แต่งงาน” ซะทีไง
 

We’re married!



นี่ (แก) ยังไม่เลิกชอบอีกหรือ...

เป็นคำถามสุดฮิตเวลาเจอะเจอเพื่อนฝูงนอกวงการ! นี่ขนาดว่าปกปิดความลับอะไรมากมาย อยู่ต่อหน้าก็ไม่มีแววตาของความบร้ามาให้เห็น...ยังโดนค่อนขอดขนาดนี้ หรือว่าเราจะบร้าและชอบอะไรที่ “เอ้าท์” แล้วจริงๆ ดูๆ ไปคำว่า “เอ้าท์” ก็อาจจะจริง แถมมันก็นานอย่างที่ใครๆว่า ก็มันตั้งแต่เรียน เลิกเรียน เรียนใหม่ แล้วเลิกเรียนอีกรอบ แล้วทำงาน แล้วจะออกจากงานอีก!! นี่มัน 4 ปีกว่าเข้าไปแล้วนะ!!!

เราก็เคยถามตัวเองเหมือนกันว่า...

“นี่ช้านยังไม่เลิกชอบอีกหรือ” 

ขอตอบว่า “เลิกแล้วค่ะ!!!!!”

ที่ว่าเลิกแล้ว...หมายความว่า เลิกในแบบที่เคยบร้าแบบเดิมๆ หรืออาจจะนิยามใหม่ว่า “บร้าหนักกว่าเดิม” ก็ได้!!!

ตอนกลับมาจากไทเปเมื่อตอนงานโปรโมตละครเรื่อง The Hospital ก็คิดทฤษฏีใหม่ขึ้นมาได้เฉยๆ เล่าให้ใครฟังกลับไม่ค่อยมีใครคล้อยตามเท่าไหร่ เลยต้องมายัดเยียดให้อ่านกันอีกรอบ ทฤษฏีที่ว่าก็คือ “ชั้นกับเค้าน่ะมันก็เหมือนชีวิตแต่งงาน” ++++!!!! อ๊ากกกกก...อย่าเพิ่งอ้วก อ่านก่อนให้จบ!!!!

ก่อนคนเราแต่งงานมันต้องเริ่มจากรู้จักกันก่อนชิมะๆ จีวิตตตต...ของสาวกเอฟแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน แล้ว at first sight ของคุณล่ะเป็นแบบไหน...Huh?

คนเราเนี่ยมันก็ต้องเจอกับสิ่งที่เรียกว่า “แรกพบ” จะไม่บรรยายว่าแรกพบนั้นสุดประทับใจแค่ไหน โห่...เนี่ยนะ แบบเนี่ย...ตาคนนี้ต้องเป็นนักร้องนำ หรือหัวหน้าวงแน่นอน!!! (คิดค่ะคิด...ก็ตอนนั้นยังไม่เคยฟังเสียงร้องนี่ -_- )
8月27日

I'm sick with this circle! but..

low-profile --> happy!! นอกจากนี้แล้ว การรู้น้อย--> happy!! เหมือนกัน
 
แต่เราคงกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว เราคงย้อนกลับไปแก้อดีตไม่ได้อีก เราคงกลับไป low-profile ไม่ได้อีก สิ่งที่เราทำได้ก็คือ ต้องอยู่ในวังวนอย่างมีความสุขที่สุดเท่านั้น... แล้วทุกวันนี้เรามีความสุขกับการอยู่ในวังวนนี้รึป่าว ... ยัยบร้า...แล้วทำไมไม่ออกจากวังวนเน่าๆ นี้ซะละ...เฮ่ออ...
 
สิ่งที่ทำให้เรายังอยู่ก็คือ "ใจยังอยู่" ใจอยู่ได้ ตราบใดที่เจ้าของใจเราเค้ายังคงปฏิบัติต่อเราต่อหน้าเหมือนเดิม...
 
ไม่ว่าทีมเค้าจะทำยังไง ไม่ว่าคนรอบข้างเค้าจะทำอะไรกับเรา เราอภัยได้ แต่เมื่อไหร่ที่เรารู้สึกว่าเค้าเอฟเฟคเราจริงๆ เราก็ไม่รู้ว่าเราจะ forgive ได้มากแค่ไหน....
 
รู้มากน่ะดี แต่สิ่งที่ไม่อยากรู้ ทำไมเราต้องมารับรู้ด้วย ทำไงเราถึงสามารถแยก drive เหมือนคอมได้ อะไรที่ไม่อยากรู้ก็ใส่ recycle bin ซะ
8月23日

Love is complicated

วันนี้เขียนปรัชญาชีวิตคู่ ที่คิดได้ตอนนั่งรถไฟใต้ดินระหว่างสถานี Sun-Yat Sen memorial ไปยังสถานี Ximen ตอนห้าทุ่มกว่าๆ... ต้องเขียนเอาไว้สักหน่อย นานๆ จะคิดอะไรดราม่าๆแบบนี้เป็นเรื่องเป็นราวเชียว
 
ความรู้สึกจากทริปนี้ต่างจากเดิมอย่างแรง...รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกับเค้าเหมือนคนที่แต่งงานกันแล้ว..โอ้ว...อย่าคิดลึกไปเชียว ต้องอ่านให้จบก่อนนะคะ
 
คนที่แต่งงานแล้ว เรามองเค้าเป็นแบบเดิม เป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้น หน้าตา กิริยา ทุกๆอย่างมันจะยังเหมือนเดิม ก่อนที่เราจะแต่งงานกับใครสักคน มันก็น่าจะเริ่มจากการแรกพบ การได้เริ่มรู้จัก แล้วรู้จักกันมากขึ้นเรื่อยๆ เห็นกันมากขึ้นเรื่อยๆ มีความสุขตกหลุมรัก เข้าใจผิดกันบ้าง เข้าใจถูกบ้าง ในที่สุดก็ถึงคราวที่ต้องรู้จักกันสุดๆ แต่น แต๊นน... แต่เมื่อเราแต่งงานกันแล้ว เราจะเห็นหน้าเค้าแบบเดิม ความรู้สึกเมื่อพบหน้ากันเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ใช่ว่าเลิกรักแล้ว แต่เหมือนความรักมันคงที่จริงๆ จะให้เต้นแรงตึ๊กตั๊กแบบตอนคบกันใหม่ๆ ก็อาจจะไม่ถึงขนาดนั้น
 
หลังจากพบกันอีกครั้งทั้งๆที่รอวันนี้มาหลายเดือนกลับไม่รู้สึกเหมือนยังคบกันใหม่ๆ หัวใจไม่ได้เต้นแรง คนเค้าหล่อยังไงก็ยังหล่อ ตะลึงเหมือนเดิม เคยปฏิบัติกับเราต่อหน้าอย่างไร ก็ยังคงเป็นอย่างนั้น จะไม่ให้เราสุขใจได้อย่างไร แต่ความสุขใจมันเหมือนอยู่ข้างใน ไม่สามารถกริ๊ดดร้องออกมาได้
 
เมื่อเราแต่งงานกันแล้ว ทุกคู่ก็เหมือนกันคือต้องดูแลความรักกันและกัน แต่ถ้าเราย่ามใจคิดว่าอีกฝ้าย ไม่มีทางนอกใจ ปล่อยให้ความรักไม่มีสีสรร ความรักยังคงอยู่ แต่คนที่อยู่ด้วยกันอาจไม่รู้สึกถึงความรักก็เป็นได้ ต่างฝ่ายอาจจะค่อยๆห่างกันไป จนความรักจืดจาง อาจมีมือที่สามเข้ามา หรืออะไรก็แล้วแต่ ให้ต้องเลิกร้างกันไป ดังนั้นที่เคยฟังกันก่อนเข้าหอว่า "ถนอมน้ำใจกันนะ", "ดูแลกันดีๆนะ", "ให้อภัยกันนะ" ยังคงมีอยู่จริง
 
เข้าไปอ่าน message zone (hkjerry) ของ mimicheng เขียนว่า...
 
Good luck Jerry. Wish you all the best and success. Pls treasure all your fans..coz without them, without the present/future  you.
 
เรื่องความรักมันซับซ้อนจริงๆ Love is complicated (credit to...คนที่แต่งงานกับคนไม่ได้รัก แต่แต่งงานด้วยหน้าที่ ปัจจุบันหย่าขาดเรียบร้อยและได้ "follow her heart" แล้ว)
 
5月25日

oh! because he's nice?

haha...today i would like to leave my wondering here and find out my thought was right/wrong.
 
1. Jerry's really nice?????
2. He really loves his fans???? (i think he's changed since album promo 2004. He must be appreciated in our support.)
3. If no2 is "yes", why has he never acted?
4. He doesn't know how to show us/he's too stupid/or...whatever reasons....
 
My guess is that he loves but he's also afraid of the fans and too stupid.
 
Weird Penny! you've got these questions while u were happy whenever seeing him!!! I didn't know that was really "your will" to talk to me. If not, "you are a really good actor!". If 50/50, deeply thank you emotional guy for giving me that happiness. If yes, i was such a lucky fan who could get "your best wish".
 
Today, I do love and support. I still forgive him. My feeling toward him's not that cold. I'm only confused of his weird response. haha...i'll prove these mysterys myself.
 
p.s I miss u na...long time no see. please improve yourself and find a new job!
5月13日

Professional แห่งน้ำตา

Iris,"He's a good actor"  เป็นคำพูดติดตลกของสาวกง...บอกความรู้สึกหลังเวทีคอนเสิร์ตฮ่องกงวันที่ 25 มีนา ที่ Jerry ร้องไห้กลางเวที ที่เทอพูดแบบนั้นเพราะว่าน้ำตาเหมือนสั่งได้ นึกจะไหลก็ไหล นึกจะหยุดก็หยุดซะงั้น พอหยุดปั๊บคิวร้องเพลงก็มาพอดี ร้องเพลงได้เลยไม่มีสะอื้น
 
อันนั้นไม่ติดใจ เพราะเทอร้องไห้บ่อย นิสัยเซนซิทีฟ เราเข้าใจ แต่...ขอวิเคราะห์ต้นเหตุที่ร้องไห้ดีกั่ว...
 
วันนั้นเทอร่ายยาวออสการ์ขอบคุณผู้คนมากมาย แต่เมื่อมาถึงประโยคนี้ต่อมน้ำตาพี่รี่ก็ทำงาน
 
"... แต่ว่ายังมีอีกคนที่สำคัญที่สุด ที่ผมอยากจะให้ทุกคนพูดขอบคุณเค้าพร้อมๆ กับผม ดีไม๊ (แฟนๆ...ดี) พวกคุณรู้ไม๊ว่าเป็นใคร เดี๋ยวผมจะเอ่ยชื่อเค้าออกมา แล้วพวกคุณมาพูดขอบคุณเค้าพร้อมๆ กับผม ดีไม๊ (แฟนๆ....ดี) เค้าคนนั้น จะพูดชื่อเค้าแล้วนะ เค้าคนนั้นก็คือเค้าที่ตั้งแต่เมื่อก่อนจนตอนนี้อยู่ข้างกายผมมาตลอด ~~~ Fenny ผู้ซึ่งสนับสนุนผมมาตลอด~~~~ พวกเรามาพูดขอบคุณเธอพร้อมๆ กันดีไมี หนึ่ง สอง สาม ขอบคุณเฟนนี่ ~~~~ เพราะถ้าไม่มีเธอก็จะไม่มีผมในวันนี้~~~~ ขอบคุณที่เธออยู่เคียงข้างผมมาตลอด เดินเคียงข้างผมตลอดมา ไม่ว่าจะมีคนมากมายเข้าใจผมผิดหรือว่ามีหลายคนเคยเพราะว่าคำพูดของผมก็เลยรังเกียจผม ~~~~แต่ว่าเธอได้ให้กำลังแก่ผม..." (คำแปล Bam@pantip.com)
 
ขอบคุณผู้ช่วยตัวเองไม่น่าติดใจ และ Fenny สมควรได้รับคำขอบคุณจากเจอร์รี่อย่างจริงใจ เทอตั้งใจทำงานอย่างทุ่มเทจริงๆ เสียสละมากมาย การขอบคุณแบบเปิดเผย บางคนไม่ติดใจ แต่บางคนบอกว่ามากไป ทำเอาแฟนๆน้อยใจกันหมด  เพราะผู้ชายคนนี้ถึงกับขอให้คนทั้งฮอลล์ขอบคุณผู้หญิงคนนี้!!!!
 
ข้าน้อยมองว่า...เรื่องน้ำตานี่เป็นปกติของ professional ด้านน้ำตาอย่างเจอร์รี่ 55555  ที่เมื่อซาบซึ้งอะไรก็ตาม น้ำตาก็จะไหลมาง่ายๆ ซาบซึ้งแล้วร้องไม่แปลกหรอก แต่ความรู้สึกจริงๆคือ...ความรู้สึกดีดีต่อผู้หญิงผอมบาง ชอบใส่สายเดี่ยวกางเกงเอวต่ำ  ใช่รึป่าว? 
 
ปัจจุบันผู้ชายหอมคนนี้เล็งๆคบๆสาวนางหนึ่ง แต่ความรู้สึกที่ดีต่อลูกน้อง/เพื่อน/ผู้หญิงผอมบางคนนี้ เป็นรูปแบบไหน อืม...ยากจะคาดเดา...เราตีลังกาสังเกต และคิดมาสองสามปีแล้วก็ยังไม่ได้คำตอบซักกะที   ถ้า2 ฝ่ายไม่มีใครคิดอะไรถือเป็นโชคดีของทั้งคู่!!